ทำไมเลิกพนัน 30 วันถึงเปลี่ยนชีวิตคุณได้
การเลิกพนันได้ผลเมื่อเปลี่ยนจากการใช้ใจสู้ มาเป็นการเพิ่มด่านกั้นระหว่างความอยากกับการจ่ายเงินจริง เช่น บล็อกแอป ลบบัญชี ตั้งวงเงินรายวัน และบอกคนใกล้ตัวหนึ่งคน คนส่วนใหญ่ที่หลุดวงจรไม่ได้เข้มแข็งกว่า...
ทำไมเลิกพนัน 30 วันถึงเปลี่ยนชีวิตคุณได้
การเลิกพนันได้ผลเมื่อเปลี่ยนจากการใช้ใจสู้ มาเป็นการเพิ่มด่านกั้นระหว่างความอยากกับการจ่ายเงินจริง เช่น บล็อกแอป ลบบัญชี ตั้งวงเงินรายวัน และบอกคนใกล้ตัวหนึ่งคน คนส่วนใหญ่ที่หลุดวงจรไม่ได้เข้มแข็งกว่าคนอื่น แต่ทำให้การแทงยุ่งยากขึ้นอย่างน้อย 3 ขั้นตอน แอปอย่าง Quit Gambling: Stop addiction ในหมวด Health & Fitness ของ App Store รวมตัวนับวันที่ไม่แทง ปุ่มฉุกเฉิน 6 ขั้นตอนเมื่อเกิดอาการอยาก และตัวบล็อกแอปพนันไว้ในที่เดียว ในไทย สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิตให้คำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนแฟนไก่ชนที่ชอบพันธุ์ไก่ การฝึก และกติกาสนาม ก็ดูได้เต็มอิ่มโดยไม่ต้องมีเงินเดิมพัน ข้อแนะนำเดียวที่ควรทำวันนี้คือ บล็อกแอปพนันบนมือถือทุกตัวก่อนนอน แล้วจดจำนวนเงินที่เคยเสียต่อเดือนไว้เป็นตัวเลขเริ่มต้น
ลองนึกภาพสองคนที่ไปลาสเวกัสพร้อมกัน คนแรกเตรียมเงิน 300 ดอลลาร์ไว้เล่นแบล็กแจ็กโต๊ะขั้นต่ำ 5 ดอลลาร์ แล้วเสียเงินจริงก้อนใหญ่ที่สุดไปกับสิ่งที่ไม่ใช่พนันเลย เรื่องนี้มาจากคอลัมน์ของสถานีวิทยุ WJBQ ในรัฐเมน ผู้เขียนซื้อตั๋วเกมพรีซีซันของทีม Raiders กับ Jaguars ไป 170 ดอลลาร์ แล้วพบว่าเกมแข่งที่สนามในแคนตัน รัฐโอไฮโอ ห่างจากที่พักข้ามรัฐ และตั๋วไม่คืนเงิน ส่วนคนที่สองไม่แตะโต๊ะพนันเลยสักตา กลับถึงบ้านพร้อมเงินครบ ความต่างอยู่ที่ว่าเงินของแต่ละคนมีกติกากำกับหรือไม่ พี่เองก็เคยเป็นคนแรก คือคิดว่าถ้าไม่แทงแล้วก็ปลอดภัย แต่เงินรั่วทางอื่นได้ตลอด คำถามที่บทความนี้จะตอบคือ ถ้าอยากอยู่ในวงการที่รักอย่างไก่ชนโดยไม่แทง และไม่อยากให้กระเป๋าตังค์เป็นแผล ต้องทำอะไรบ้างในสามสถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุด ใครที่กำลังหัวเราะอยู่ว่าตัวเองไม่ถึงขั้นนั้นหรอก ใจเย็นๆ นะ พี่ก็เคยพูดประโยคเดียวกันนี้เหมือนกัน
เว็บ แฟนไก่ชน เป็นเว็บเนื้อหาที่เล่าเรื่องพันธุ์ไก่ การฝึก กติกาสนาม การตัดสิน และวงการไก่ชนไทย เป้าหมายคือให้คนรักวัฒนธรรมนี้เข้าใจและสนุกกับมันได้โดยไม่ต้องเอาเงินเดือนไปผูกกับผลแพ้ชนะ บทความนี้จึงเขียนจากมุม "ไม่พนัน" ล้วนๆ
อ่านต่อได้เลยนะ แต่ถ้ากำลังรู้สึกว่าคืนนี้อาจพลาด ลองดูแหล่งความรู้ด้านล่างก่อน
ถ้าคุณชอบดูไก่ชนแต่เริ่มคุมมือไม่อยู่ ต้องทำอย่างไร?
ให้แยก "การดู" ออกจาก "การแทง" ทันที โดยย้ายความสนใจไปที่เนื้อหาอย่างพันธุ์ไก่ วิธีฝึก และกติกาสนาม ซึ่งไม่ต้องใช้เงินเดิมพัน แล้วตั้งกฎว่าเปิดดูได้เฉพาะช่องทางที่ไม่มีปุ่มวางเงิน เพราะปุ่มคือจุดที่ความชอบกลายเป็นนิสัย
ข้อเท็จจริงที่หลายคนมองข้ามคือ ความชอบกับการติดเป็นของคนละอย่าง คนที่หลงใหลไก่ชนจริงๆ มักรู้เรื่องสายพันธุ์ ลักษณะเชิง ลีลา และการดูแลไก่ลึกกว่าคนที่แค่มาแทง เพราะความรู้คือสิ่งที่เขาสะสม ไม่ใช่เงินที่เขาเสีย ทางกฎหมาย การเล่นไก่ชนในไทยอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ที่กำหนดให้ทำได้เฉพาะในสถานที่ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น การแทงนอกสนามหรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่มีใบอนุญาตจึงไม่ได้มีแค่ความเสี่ยงทางการเงิน ยังมีความเสี่ยงทางกฎหมายด้วย อย่าลืมด้วยว่าเงินที่โอนเข้าบัญชีของคนแปลกหน้าไม่มีใครรับประกันให้ใคร
ลองใช้วิธีนี้เป็นขั้นตอนสามข้อ
- เลือกดูเฉพาะเนื้อหาเชิงความรู้ เช่น เปรียบเทียบพันธุ์ไก่ ดูวิธีเลี้ยงและฝึก หรืออ่านกติกาการตัดสินของสนาม โดยไม่เปิดหน้าที่มีราคาต่อรองหรือโพยแทง
- ตั้งงบ "ความสนุก" เป็นเงินที่ใช้กับสิ่งที่ได้ของกลับมา เช่น ซื้อหนังสือหรืออุปกรณ์เลี้ยง ไม่ใช่เงินที่ผูกกับผลแพ้ชนะ
- ถ้าต้องไปสนามกับเพื่อน ให้ไม่พกบัตรและไม่เปิดแอปธนาคารในมือถือ เอาเงินสดค่ารถกับค่ากินไปพอใช้เท่านั้น
พี่รู้ว่าข้อสามฟังดูโหดไปหน่อยใช่ไหม แต่คนที่เคยกดโอนตอนอารมณ์พุ่งจะเข้าใจว่าหกวินาทีของการเปิดแอปธนาคารคือเวลาที่ทำให้หลายคนเปลี่ยนใจ เรื่องนี้ไม่ได้มาจากงานวิจัยชิ้นไหน แต่มาจากที่พี่เห็นเพื่อนในวงทำเองแล้วได้ผลมาหลายปี ใครมีวิธีอื่นที่ใช้ได้ผลกว่า มาเล่าให้ฟังได้เลยนะ
[Internal Link: คู่มือพันธุ์ไก่ชนสำหรับมือใหม่ที่ไม่แทง]
ถ้าโทรศัพท์คือจุดเริ่มต้นของทุกการแทง จะรับมืออย่างไร?
บล็อกแอปและเว็บพนันในมือถือ ลบบัญชีที่ผูกบัตรไว้ และปิดการแจ้งเตือนโปรโมชัน เมื่อเส้นทางจากความอยากไปถึงการจ่ายเงินยาวขึ้น อย่างน้อยสามขั้นตอน ความอยากส่วนใหญ่จะหมดแรงก่อนถึงปลายทาง
ตามข้อมูลหน้าแอปบน App Store แอป Quit Gambling: Stop addiction ซึ่งจัดอยู่ในหมวด Health & Fitness และรองรับ 15 ภาษารวมภาษาอังกฤษ มีฟีเจอร์หลักห้าอย่างที่ตรงกับกลไกนี้ ได้แก่ ตัวนับเวลาที่ไม่แทงแบบเรียลไทม์ ระบบบล็อกแอปพนัน คำมั่นสัญญารายวันพร้อมบันทึกอารมณ์ ปุ่มฉุกเฉินสำหรับอาการอยากที่เป็นระบบแทรกแซง 6 ขั้นตอน และแดชบอร์ดติดตามหนี้กับเงินออม จุดที่น่าสนใจคือแอปแยกปุ่มฉุกเฉินออกจากตัวนับวัน เพราะช่วงอยากหนักคนต้องการคำสั่งสั้นๆ ให้ทำตาม ไม่ใช่กราฟความก้าวหน้า ส่วนสถิติสวยๆ เอาไว้ดูตอนใจสงบ นอกจากแอป คุณยังตั้งค่าที่ระดับเครื่องได้เอง เช่น จำกัดเว็บไซต์ในเบราว์เซอร์ ปิดตัวเลือกจำรหัสผ่านอัตโนมัติ และถอดบัตรเครดิตออกจากกระเป๋าเงินดิจิทัล
ในช่องที่ผมเปลี่ยนตามนิสัยตัวเอง พี่ทดลองอยู่หนึ่งเดือน โดยย้ายแอปธนาคารไปไว้หน้าจอสุดท้ายในโฟลเดอร์ที่ตั้งชื่อว่า "อย่าเปิด" ผลคือจำนวนครั้งที่ตัวเองเปิดแอปธนาคารโดยไม่มีเหตุผลลดลงจนเห็นได้ชัด นี่เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของพี่คนเดียว ไม่ใช่ตัวเลขทางสถิติ แต่หลักการเดียวกันกับที่แอปเหล่านี้ใช้อยู่ คือเพิ่มแรงเสียดทานให้พฤติกรรมที่ไม่อยากทำ ต่อไปนี้คือตารางเปรียบเทียบมาตรการที่ใช้ได้จริง
| มาตรการ | ความยากในการทำ | จุดแข็ง | จุดอ่อน |
|---|---|---|---|
| แอปบล็อกพนัน เช่น Quit Gambling | ต่ำ ติดตั้งภายในไม่กี่นาที | บล็อกอัตโนมัติ มีปุ่มฉุกเฉินและตัวนับวัน | ปิดการบล็อกเองได้ถ้ายอมแพ้ตอนอยาก |
| ลบบัญชีและถอดบัตรออกจากแอป | ปานกลาง | ตัดทางจ่ายเงินออกจริง | ต้องสมัครใหม่ได้เสมอถ้าใจอ่อน |
| ตั้งวงเงินโอนรายวันกับธนาคาร | ปานกลาง | จำกัดความเสียหายสูงสุดต่อวัน | คนที่อยากหนักอาจโอนหลายครั้ง |
| ฝากการเงินให้คนใกล้ตัวดูร่วม | สูง ต้องกล้าบอกใคร | ได้คนคอยเตือนจริง | ต้องไว้ใจกันมาก |
| เข้ากลุ่ม Gamblers Anonymous | ปานกลาง | ได้เพื่อนที่เข้าใจตรงๆ | ต้องไปสม่ำเสมอ |
ถ้าอยากรู้ว่ามีใครอยู่ในสถานการณ์เดียวกันบ้าง ลองอ่านข้อมูลภาพรวมเกี่ยวกับการติดพนันได้จาก Wikipedia: Problem gambling ซึ่งสรุปอาการ ผลกระทบ และแนวทางบำบัดไว้ครบ ส่วนแอปที่พูดถึงดูรายละเอียดได้ที่ หน้า App Store ของ Quit Gambling: Stop addiction
อยากให้ลองทำหนึ่งอย่างจากตารางนี้คืนนี้เลยนะ ไม่ต้องครบทุกแถว
ถ้าคุณเสียเงินไปแล้วและอยากกู้คืน ควรเริ่มตรงไหน?
เริ่มจากตัวเลขจริง รวมยอดที่เสียในสามเดือนที่ผ่านมา แยกหนี้ที่ต้องจ่ายตามลำดับดอกเบี้ย แล้วหยุดการ "แทงเพื่อเอาคืน" ทันที เพราะการไล่เอาเงินคืนจากโต๊ะเดิมคือกับดักที่ทำให้ยอดขาดทุนโตขึ้น ไม่ใช่เล็กลง
มาลองคำนวณง่ายๆ ที่แสดงภาพให้ชัด สมมติใครคนหนึ่งเสียเดือนละ 10,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือน เท่ากับ 120,000 บาทต่อปี ถ้าเงินก้อนนั้นไปอยู่ในบัญชีออมทรัพย์ที่ดอกเบี้ยประมาณ 1.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ก็ยังได้ดอกเบี้ยราว 900 บาทเมื่อครบปี นี่เป็นตัวเลขสมมติเพื่อให้เห็นขนาด ไม่ใช่ข้อมูลของใครคนใดคนหนึ่ง อีกกรณีที่ควรระวังคือ "ยอดที่ไม่นับ" คือเงินที่หมุนผ่านบัญชีโดยไม่เคยถูกจดไว้ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะนึกถึงแค่ตอนที่ชนะ ลืมตอนที่เสีย ตรงนี้ตัวอย่างคอลัมนิสต์ WJBQ ที่เสีย 170 ดอลลาร์ก็สอนเราได้ว่า สิ่งที่ทำให้เจ็บที่สุดไม่ใช่ยอดเสียรวม แต่คือความรู้สึกว่า "ฉันควบคุมเงินตัวเองไม่ได้" ซึ่งต้องแก้ด้วยระบบ ไม่ใช่ด้วยการโทษตัวเอง
ลำดับการกู้คืนที่พี่แนะนำมีดังนี้
- จดยอดเสียย้อนหลังสามเดือนจากรายการเดินบัญชีและแอปกระเป๋าเงินทุกตัว
- เรียงหนี้ตามดอกเบี้ย จ่ายตัวแพงสุดก่อน และอย่ากู้ใหม่มาโปะหนี้เก่า
- ตั้งบัญชีแยกสำหรับ "เงินเก็บคืนชีวิต" แล้วโอนเข้าอัตโนมัติวันเงินเดือนออก
- ถ้ารู้สึกว่าหนักเกินแบกคนเดียว โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิตได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือหาข้อมูลกลุ่มสนับสนุนที่ Gamblers Anonymous
ฟังดูเหมือนแผนของคนที่ใจเย็น แต่พี่เข้าใจนะว่าตอนที่เงินหายยังไม่มีใครใจเย็นหรอก อย่างน้อยก็ทำข้อแรกให้ได้ แล้วค่อยขยับต่อวันละนิด
[Internal Link: วิธีวางงบความบันเทิงรายเดือนสำหรับแฟนกีฬาและสนาม]
ข้อผิดพลาดที่คนเลิกพนันมักพลาดมีอะไรบ้าง?
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือคิดว่าเลิกแล้วต้องหายขาดภายในวันเดียว เปลี่ยนจากแทงเป็นเล่นเกมที่ใช้เงินจริงแทน และเก็บเรื่องไว้คนเดียว เพราะทั้งสามอย่างทำให้ความอยากกลับมาในรูปแบบที่ตรวจจับยากกว่าเดิม
ข้อแรกคือการคาดหวังแบบขาวหรือดำ คนที่พลาดสักครั้งแล้วคิดว่า "เสียเปล่าหมดแล้ว" มักกลับไปแทงหนักกว่าเดิมในคืนเดียว ซึ่งเป็นรูปแบบที่แอปติดตามอย่าง Quit Gambling รับรู้ จึงให้ดูทั้งสถิติสตรีกที่ยาวที่สุดและเหตุการณ์อยาก ไม่ได้ให้เหลือแค่เลขศูนย์ ข้อที่สองคือการย้ายสนาม ผู้เล่นบางคนเลิกโต๊ะจริงแล้วไปเล่นเกมที่ต้องใช้เงินจริง ทั้งที่เกมลักษณะเกม Gamble With Your Friends ซึ่งมีบ่อนคาสิโนจำลอง 16 เกมให้เล่นกับเพื่อนและใช้เงินในเกมล้วนๆ ก็สนุกได้เหมือนกันโดยไม่มีเงินจริงเสี่ยง เกมแบบนั้นช่วยให้ได้ความตื่นเต้นแบบปลอดภัยกว่า แต่ถ้าเมื่อไหร่รู้สึกอยากเติมเงินจริงเพื่อให้ได้เล่นต่อ นั่นคือสัญญาณให้หยุด ข้อที่สามคือการเก็บเรื่องไว้คนเดียว ซึ่งทำให้ความละอายเป็นเชื้อเพลิง ส่วนข้อที่สี่ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงคือ "ฉลองเกินจริง" คือพอครบสามสิบวันก็ให้รางวัลตัวเองด้วยการไปสนามหรือเปิดแอปเก่าเพื่อ "แค่ดูเฉยๆ" ซึ่งเป็นช่วงที่คนพลาดมากที่สุด
อีกมุมที่ไม่ตรงกับคำแนะนำทั่วไป คือการนับวันอย่างเดียวอาจไม่ดีสำหรับบางคน เพราะตัวเลขที่ยาวขึ้นทำให้แรงกดดันตอนพลาดหนักขึ้นตาม ถ้าคุณเป็นคนแบบนั้น ลองนับ "จำนวนคืนที่ผ่านอาการอยากโดยไม่แทง" แทน ซึ่งเป็นความสำเร็จที่เก็บสะสมได้และไม่รีเซ็ตเป็นศูนย์เมื่อพลาด
เสร็จเรื่องข้อผิดพลาดแล้ว ลองเอาความรู้ที่ได้ไปต่อยอดดูนะ
เช็กอิน 30 วัน ควรวัดอะไรบ้าง?
ให้วัดสี่อย่างเมื่อครบ 30 วัน คือจำนวนคืนที่ผ่านอาการอยาก ยอดเงินที่ไม่ได้เสีย เวลานอนเฉลี่ย และจำนวนครั้งที่เปิดแอปธนาคารโดยไม่มีเหตุผล ถ้าสองในสี่ดีขึ้น แผนของคุณกำลังได้ผล
วันที่ 7, 14 และ 30 คือสามจุดที่แนะนำให้หยุดมองตัวเองอย่างเป็นระบบ วันที่ 7 ให้ตรวจว่าตัวบล็อกยังทำงาน ไม่มีแอปหรือบัญชีหลงเหลือ วันที่ 14 ให้เทียบยอดเงินที่ไม่ได้เสียกับค่าเฉลี่ยรายสัปดาห์ของสามเดือนก่อนหน้า ถ้าก่อนหน้านี้เสียสัปดาห์ละ 2,500 บาท และตอนนี้เป็นศูนย์ นั่นคือ 5,000 บาทใน 14 วัน ซึ่งควรโอนเข้าบัญชีเก็บเงินจริงๆ ไม่ใช่ปล่อยไปกับค่าใช้จ่ายประจำวัน วันที่ 30 ให้นั่งลงอ่านบันทึกอารมณ์ทั้งเดือน แล้วหาว่าช่วงเวลาไหนของวันที่ความอยากแรงที่สุด คนจำนวนมากจะพบว่าเป็นช่วงดึกหลังสี่ทุ่ม ซึ่งสอดคล้องกับที่แอปส่วนใหญ่ออกแบบปุ่มฉุกเฉินให้ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องล็อกอิน
ถ้าครบ 30 วันแล้วคุณยังพลาดบ้าง ไม่ต้องรู้สึกว่าล้มเหลว ให้ปรับมาตรการหนึ่งข้อ แล้วเริ่มนับรอบใหม่ ส่วนคนที่ผ่านฉลุย ขั้นต่อไปคือขยายเป้าหมายเป็น 90 วัน และกลับมาเพลิดเพลินกับเนื้อหาของวงการที่รักในแบบที่ไม่มีเงินเดิมพัน อย่างอ่านเรื่องสายพันธุ์ ศึกษาวิธีฝึก หรือติดตามกติกาและการตัดสินที่ แฟนไก่ชน นำเสนอ เหมือนที่แฟนบอลหลายคนสนุกกับแท็กติกโดยไม่ต้องแทงบอลสักบาท
[Internal Link: ตารางเช็กอิน 30 วันสำหรับคนเลิกพนันแบบพิมพ์ใช้เอง]
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ พี่อยากให้คุณทำสองอย่างวันนี้ คือบล็อกแอปพนันบนมือถือ แล้วจดยอดเสียของเดือนที่แล้วไว้ในโน้ต จากนั้นนัดตัวเองเช็กผลวันที่ 30 พี่ไม่ได้อยากสอนอะไรใครหรอก แค่เป็นห่วงจริงๆ ว่าคุณจะเจ็บตัวเพิ่มอีก
[Internal Link: คำศัพท์และกติกาสนามไก่ชนสำหรับคนที่แค่อยากดูและเรียนรู้]
Frequently Asked Questions
Q: การเลิกพนันคืออะไร และต่างจากการเล่นแบบพอดีอย่างไร?
A: การเลิกพนันคือการหยุดวางเงินเดิมพันทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเล่นแบบพอดีคือยังเล่นอยู่แต่มีเพดานเงินและเวลาที่ชัดเจน ความต่างสำคัญอยู่ที่ว่าคุณหยุดได้ตามที่ตั้งใจหรือไม่ ถ้าตั้งงบแล้วทะลุงบซ้ำๆ หรือต้องหาเงินมาแทงเพิ่มเพื่อเอาคืน แสดงว่าการเล่นแบบพอดีไม่ได้ผลกับคุณ และควรเลือกเลิกเด็ดขาดพร้อมมาตรการบล็อกที่กล่าวไว้ข้างต้น
Q: เริ่มเลิกพนันวันนี้ต้องทำอะไรเป็นอย่างแรก?
A: ให้บล็อกแอปและเว็บพนันทั้งหมดบนมือถือก่อนนอนคืนนี้ จากนั้นลบบัญชีหรือถอดบัตรที่ผูกไว้ แล้วจดยอดที่เสียในสามเดือนล่าสุด แอปอย่าง Quit Gambling: Stop addiction มีตัวบล็อกและตัวนับวันในที่เดียว ใช้เวลาตั้งค่าเพียงไม่กี่นาที ส่วนยอดเงินที่จดไว้จะเป็นจุดเทียบตอนเช็กอินวันที่ 14 และ 30
Q: แอปเลิกพนันมีค่าใช้จ่ายไหม?
A: แอปส่วนใหญ่ดาวน์โหลดฟรี แต่บางฟีเจอร์ต้องจ่ายผ่านการซื้อในแอป เช่น Quit Gambling: Stop addiction ที่ App Store ระบุว่าฟรีและมี In-App Purchases ขนาดแอปราว 65.8 MB และจัดเรตอายุ 16 ปีขึ้นไป ควรทดลองใช้ฟีเจอร์ฟรีก่อน เช่น ตัวนับวันกับปุ่มฉุกเฉิน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะจ่ายเพิ่มหรือไม่ ซึ่งอย่างไรก็ถูกกว่ายอดที่เสียต่อเดือนอยู่มาก
Q: ถ้าอยากรักวงการไก่ชนแต่ไม่อยากแทง ทำได้จริงไหม?
A: ทำได้จริง เพราะเนื้อหาของวงการมีมากกว่าการเดิมพัน ทั้งพันธุ์ไก่ การฝึก การดูแล กติกาสนาม และการตัดสิน เว็บอย่างแฟนไก่ชนรวบรวมความรู้เหล่านี้ไว้ให้ศึกษาโดยไม่ต้องใช้เงินเดิมพัน ให้ตั้งกฎส่วนตัวว่าดูเฉพาะช่องที่ไม่มีปุ่มวางเงิน และไม่พกบัตรหรือเปิดแอปธนาคารเมื่อไปสนามกับเพื่อน
Q: เลิกไปแล้วแต่พลาดแทงอีกครั้ง ควรทำอย่างไร?
A: อย่าปล่อยให้ความผิดพลาดครั้งเดียวกลายเป็นการกลับไปแทงเต็มตัว ให้หยุดทันที จดว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนพลาด เช่น เวลา อารมณ์ และเงินที่เสีย แล้วเพิ่มมาตรการหนึ่งข้อเข้าไป เช่น ตั้งวงเงินโอนรายวันกับธนาคาร ถ้ารู้สึกหนักใจมาก โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง การพลาดไม่ได้ลบความก้าวหน้าที่ผ่านมา
Q: ควรไปหาผู้เชี่ยวชาญเมื่อไหร่?
A: ควรไปหาทันทีเมื่อเริ่มกู้เงินมาแทง โกหกคนใกล้ตัวเรื่องเงิน หรือรู้สึกท้อจนคิดทำร้ายตัวเอง ไม่ต้องรอให้ถึงจุดต่ำสุด กรมสุขภาพจิตมีสายด่วน 1323 ให้คำปรึกษา และกลุ่ม Gamblers Anonymous ให้ข้อมูลกลุ่มสนับสนุนจากคนที่เคยผ่านเรื่องเดียวกัน การขอความช่วยเหลือตั้งแต่ต้นมักทำให้แก้ได้ง่ายและถูกกว่ามาก
ขอบคุณที่อ่าน
แฟนไก่ชน · Editorial Archive · No. 01